ทำไมทีม“โครเอเชีย” จึงได้ฉายาจอมผงาดบอลโลกของทุกๆปี

ฟุตบอลโลก 2018 เป็นอะไรที่แฟนบอลทั่วโลกต่างตั้งหน้าตั้งตารอคอยกันแบบนั่งไม่อยู่กันเลยทีเดียว ฟุตบอลโลกครั้งนี้ทำให้เราได้เห็นความสามารถของแต่ละชาติ และนับวันจะยิ่งพัฒนาเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เจ้าภาพอย่างรัสเซียก็โชว์ลีลาได้อย่างจัดจ้านเหนือคำบรรยาย แต่ก็ตกรอบไปในที่สุด เหลือเพียงสองทีมที่ยืนหยัดอยู่ได้บนฟุตบอลโลกรอบนี้ นั่นก็คือฝรั่งเศสและโครเอเชีย หลายคนอาจจะแปลกใจว่าทำไมโครเอเชียถึงมีพัฒนาการได้มากขนาดนี้ ทำเอาฝรั่งเศสต้องเจอศึกหนักมากๆสำหรับรอบสุดท้าย และสุดท้ายก็ได้แชมป์ไปครองในแบบที่เหนื่อยกันอย่างสุดๆ

ประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกหน้าใหม่ ได้บันทึกในคืนวันพุธที่ 11 กรกฎาคมที่ผ่านมา ใจความเนื้อหาของหน้าประวัติศาสตร์หลักๆก็คือ “โครเอเชีย” สามารถผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้ ทั้งๆที่เป็นประเทศที่เล็กมากๆ ทำเอาแฟนบอลหลายคนถึงกับติดใจสงสัยกันเป็นอย่างมาก ก่อนที่โครเอเชียจะเข้าไปชิงแชมป์กับทีมตราไก่หรือฝรั่งเศสนั้น ได้เขี่ยทีมฟ้าขาวหรืออาร์เจนติน่าตกรอบไปก่อน แต่การจะเอาชนะอาร์เจนติน่าได้นั้นถือว่าเป็นเรื่องที่ยากมาก เพราะนักเตะอาร์เจนติน่ามีการเสริมทัพกันอย่างแข็งแกร่ง ทั้งลีโอเนล เมสซี,กุน อาเกโร รวมไปถึงอัลเคล ดิมาเรียด้วย

ขอเล่าไปเป็นที่ละประเด็นก็แล้วกัน ประเด็นแรกเป็นเรื่องการเมืองการปกครอง หลังจากที่การเมืองของโครเอเชียเริ่มปรับตัวและห่างไกลคำว่าสงครามมากขึ้นแล้ว รัฐบาลโครเอเชียจึงมีการสนับสนุนและเป็นเรี่ยวแรงสำคัญในการพัฒนาวงการฟุตบอลของประเทศ ประเด็นที่สองคือ โครเอเชียเป็นประเทศที่มีนักเตะฝีเท้าดีและมีผู้นิยมเล่นฟุตบอลกันอย่างแพร่หลาย จึงเป็นประเทศของนักฟุตบอลอย่างแท้จริง แต่ในช่วงสงครามในอดีตประกอบกับการพัฒนาของวงการฟุตบอลที่ยังไม่ไปถึงไหน ทำให้โครเอเชียอยู่นอกสายตาของคนทั่วโลก แต่เมื่อทุกอย่างเริ่มดีขึ้นแล้ว จึงเกิดการพัฒนาอย่างที่ได้เห็นกันเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

ความจริงแล้วโครเอเชียก็มีนักเตะฝีเท้าดีหลายคน อีกทั้งยังออกไปค้าแข้งยังต่างแดนอีกต่างหาก ยกตัวอย่างเช่น โมดริช, มานด์ซูคิช และ โควาซิช ปัจจุบันที่โด่งดังเลยก็คืออิวาน ลาคิติชที่กำลังเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงให้กับสโมสรยักษ์ใหญ่อย่างบาร์เซโลนา และถือว่านักเตะคนนี้มีส่วนทำเกมให้กับโครเชเชียได้มากเลยทีเดียว ทั้งจังหวะยิง จังหวะจ่าย และแอสซิส

ฟุตบอลโลกครั้งต่อไปจะเริ่มขึ้นในอีก 4 ปีข้างหน้า มารออดูกันว่ารองแชมป์ในปีนี้จะโชว์ฟอร์มได้พลิ้วไหวขนาดไหน และจะสามารถผ่านเข้าไปในรอบชิงได้หรือไม่ แฟนบอลโครเอเชียเตรียมลุ้นกันได้เลย