การเสิร์ฟแบบ Flat ในกีฬาเทนนิส

            การเสิร์ฟลูกเทนนิสถือเป็นทักษะที่สำคัญอีกทักษะหนึ่งที่นักกีฬาเทนนิสต้องทำได้ ซึ่งหากเสิร์ฟได้ดี อาจจะทำให้เราได้เปรียบในการเล่นตลอดทั้งการแข่งขันเลยก็ว่าได้ การเสิร์ฟลูกเทนนิสจะมีวิธีการเสิร์ฟที่หลากหลายวิธีแต่ สำหรับวันนี้เราจะมีความรู้ดีๆเกี่ยวกับการเสิร์ฟแบบ flat มาฝากผู้ที่สนใจในการเล่นไปดูกันเลยว่าเป็นอย่างไร

  1. อย่างแรกเลยเราต้องรู้ความหมายของคำว่า Flat ซึ่งจะเป็นชื่อเรียกตามลักษณะของการ การปะทะหรือการสัมผัสระหว่างหน้าไม้ขณะที่นักกีฬากำลังเสิร์ฟลูกบอลอยู่ และมีผลต่อการกระดอนของลูกขณะที่กระทบพื้นขึ้นมาต่อไปนั่นเอง
  2. สำหรับการจับไม้แบบ Flat จะใช้การจับไม้ในรูปแบบของการกำมือเพื่อที่จะใช้ตีลูกหน้ามือ เพราะการจับไม้แบบจับมือจะทำให้ประสิทธิภาพของลูกเสิร์ฟดีกว่าการจับไม้ในรูปแบบอื่น
  3. ต่อมาคือการเตรียมพร้อมสำหรับการเสิร์ฟแบบ Flat เริ่มต้นจากที่นักกีฬานั้นจะต้อง ยืนอยู่หลังเส้นเสิร์ฟนอกสนาม เริ่ม เคลื่อนไหวร่างกายเพื่อการสื่อสารจะเกิดขึ้น ณ จุด ที่ผู้เล่นยืนอยู่ นักกีฬาจะต้องยืนหันหลังให้กับตาข่ายโดยพิจารณาตามแนวสมมติของไหล่ทั้งสองผ่านเป็นเส้นตรงซึ่งพยายามเป้าหมายในเขตแดนผู้รับทั้งสองจะต้องแยกห่างกันประมาณช่วงไหล่และมือข้างถนัดจับไม้มืออีกข้างหนึ่งก็ใช้จับลูกบอล และในขณะที่เตรียมพร้อมเสิร์ฟ นักกีฬาจะต้องขยับร่างกายโดยเฉพาะบริเวณเข่าลงมาด้วยการโยกถ่ายน้ำหนักไปมาพร้อมกับการเคาะลูกด้วยมือข้างที่จับลูกลงพื้นหลายๆครั้ง รวบรวมสมาชิกประมาณ 5 วินาที จากนั้นเมื่อมั่นใจแล้วก็ให้ยกหัวไม้ขึ้นแนบกับลูก สายตามองไปยังเป้าหมาย
  4. ต่อมาเป็นคำเงื้อไม้ไปข้างหลัง ถือว่าเป็นขั้นตอนที่ มีการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องจากกัน ยืนเตรียมพร้อมสิ่งแรกที่ผู้เสิร์ฟจะต้องทำคือ จะต้องถ่ายน้ำหนักตัวมาทางด้านหลังเล็กน้อยจากนั้นก็ลาก ไม้ไปด้านหลังโดยให้หัวไม้เคลื่อนที่เป็นแนวโค้งผ่าหัวเข่าลงมา ให้ผ่านตาตุ่มแล้ววกขึ้นไปด้านหลัง และในขณะที่แขนข้างที่จับไม้เริ่มพับงอบริเวณข้อศอกก็ค่อยๆยกแขนข้างนั้นขึ้นไปในระดับหัวไหล่ และในขณะเดียวกันกับแขนอีกข้างหนึ่งทำหน้าที่โยนลูกบอลขึ้นจากมือ สายตามองตามลูกบอลไปมือข้างที่โยนลูกยังคงชี้ตามไปเช่นกัน
  5. สำหรับจุดปะทะนักกีฬาไม่ต้องรีรอและกีฬาเคลื่อนไหวต่อเนื่องด้วยการเปลี่ยนถ่ายน้ำหนักตัวมาด้านหน้าโถมลำตัวแต่ก็ยังคงรักษาสมดุลอยู่ จากนั้นก็ยืดข้อศอกสะบัดมาลัยข้างที่จับไม้ขึ้นมาส่วนหน้าไม้เข้าปะทะส่วนบนของลูกหน้าลำตัวในขณะที่ขาลำตัวและแขนยืนเป็นแนวเดียวกันโดยไม่ใช้ข้อมือช่วยในการตีเลย และภายหลังที่ปะทะลูกแล้วเราก็จะก้าวเท้าสลับกันจากเท้าหลังเข้าไปในสนามแทนเท้าหน้าซึ่งเป็นการช่วยเพิ่มความแรงในการตีให้มากขึ้น
  6. สำหรับการปล่อยแขนให้ปล่อยไปตามแนวแรง หลังจากการ ปะทะแล้วให้นักกีฬาปล่อยแขนไปตามแรงส่งโดยปล่อยแขนตกลงพาดผ่านลำตัวและหัวไม้จะไปสิ้นสุดบริเวณเหนือตาตุ่มของขาข้างตรงข้ามกับแขนข้างที่จับไม้

อย่างไรก็ตามความการเสิร์ฟแบบนี้จะเกิดการปะทะหรือสัมผัสระหว่างหน้าไม้กับลูกบอลในลักษณะกดลงธรรมดาเพราะฉะนั้นอาการของลูกเมื่อสัมผัสพื้นสนามแดนตรงข้ามจะกระดอนลอยขึ้นไม่มากแต่มีแนวพุ่งไปข้างหน้ามากกว่า